
Signature Modern Fiberglass Kit: นิยามใหม่ของงานคอมโพสิตระดับพรีเมียม
สุดยอดนวัตกรรมไฟเบอร์กลาสยุคใหม่ที่เลือกใช้ Advanced Polymer ชนิดพิเศษ แทน Resin ทั่วไปตามท้องตลาด เป็น Exclusive formulation ที่ออกแบบมาเพื่อทลายขีดจำกัดเดิมๆ ของงาน Composite ทั่วไป
คุณสมบัติเด่น (Core Properties):
-
Superior Toughness (ทนทานต่อแรงกระแทกสูงสุด): โครงสร้างโมเลกุลทนทานต่อ Impact ขั้นสุด ไม่เปราะแตกง่าย (No brittle failure) แข็งแรงทนทานกว่าเรซิ่นเกรดทั่วไปอย่างชัดเจน
-
Advanced Flexibility (ยืดหยุ่นและให้ตัวได้ดี): หมดปัญหาชิ้นงานแตกร้าวจากการขยับตัว (Structural movement) ตัววัสดุมี Flexibility สูง สามารถรับแรงเค้น (Stress) ได้ดีเยี่ยมโดยที่ยังคงโครงสร้างที่แข็งแกร่งไว้ได้ 100%
-
Seamless Integration (ยึดเกาะเส้นใยสมบูรณ์แบบ): เนื้อสารซึมลึกเข้าประสานกับเส้นใยแก้ว (Fiberglass mat) ได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้การรีดฟองอากาศทำได้ง่าย (Bubble-free lamination) ส่งผลให้ผิวงานออกมาเรียบเนียน แน่นตึ้บ ไม่เป็นตามด (Pinholes)
-
Extreme Durability (ทนทานทุกสภาวะ): ทนต่อสภาพอากาศแปรปรวนและสารเคมีได้ดีเยี่ยม (Weather & Chemical resistance) ป้องกันปัญหาชิ้นงานกรอบแตก ให้ High performance และอายุการใช้งานยาวนาน (Long-lasting)
Available Packages (ชุดพร้อมใช้งาน):
1. Standard Kit (ขนาด 1kg) – 920 THB (Vat Included) Best value! ชุดสุดคุ้มสำหรับงานขนาดปานกลางถึงใหญ่
-
Premium Advanced Polymer (1 kg)
-
High-Quality Fiberglass Cloth (1 ตารางเมตร)
2. Starter Kit (ขนาด 0.5kg) – 560 THB (Vat Included) ชุดเริ่มต้นที่ลงตัว สำหรับงานซ่อมแซมจุดเล็กๆ หรือ Trial projects
-
Premium Advanced Polymer (0.5 kg)
-
High-Quality Fiberglass Cloth (0.5 ตารางเมตร)
(หมายเหตุ: ทุกชุดมาใน Packaging กระป๋องเกรดพรีเมียม เก็บรักษาคุณภาพน้ำยาได้ยาวนาน)
Leave conventional resins in the past! This is the ultimate Modern Fiberglass innovation, engineered with our proprietary advanced polymer formulation. Designed for high-performance repairs, molding, and demanding composite projects, it delivers ultimate strength, exceptional flexibility.
Key Advantages:
-
Superior Toughness: The advanced molecular structure provides extreme impact resistance. It is highly durable and engineered to prevent brittle failure.
-
Advanced Flexibility: Outstanding ability to absorb stress and structural movement, completely eliminating the risk of cracking or snapping.
-
Seamless Integration: The polymer deeply penetrates and binds perfectly with the fiberglass mat, ensuring easy, bubble-free lamination and a smooth, pinhole-free surface.
-
Extreme Durability: Provides excellent weather and chemical resistance, protecting your workpiece and ensuring long-lasting performance in any environment.
Available Packages:
1. Standard Kit (1 kg) – 920 THB (VAT Included) Best value! Perfect for medium to large-scale projects.
-
Premium Advanced Polymer (1 kg)
-
High-Quality Fiberglass Cloth (1 sq.m.)
2. Starter Kit (0.5 kg) – 560 THB (VAT Included) The perfect starting point for small repairs or trial projects.
-
Premium Advanced Polymer (0.5 kg)
-
High-Quality Fiberglass Cloth (0.5 sq.m.)
-
(Note: All kits come in premium-grade tin cans to preserve maximum chemical quality and shelf life.)
คู่มือและวิธีการใช้งาน
HOW TO USE
1. การเตรียมพื้นผิว (ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด)
-
เปิดผิวคอนกรีต: ต้องทำความสะอาดหน้างานให้ถึงชั้นคอนกรีตเปลือย โดยการขัดลอกสีทับหน้า ปูนฉาบ คราบน้ำมัน หรือสิ่งสกปรกออกให้หมดเพื่อเปิดรูพรุนของคอนกรีตให้น้ำยาสามารถแทรกซึมลงไปได้ลึกที่สุด
-
ตรวจสอบความชื้น: พื้นผิวควรแห้งหรือมีความชื้นหลงเหลือเพียงเล็กน้อย ห้ามมีน้ำขังในบริเวณที่ต้องการทาโดยเด็ดขาด
-
ซ่อมแซมรอยร้าว: หากพบรอยร้าวที่มีขนาดกว้างหรือรอยแตกบิ่นขนาดใหญ่ ควรทำการสกัดเปิดร่องและอุดซ่อมด้วยปูนซ่อมโครงสร้าง (เช่น FillerAce) ให้เรียบร้อยและรอให้แห้งก่อนทำการทา
2. ขั้นตอนการใช้งาน
-
พร้อมใช้งานทันที: ผลิตภัณฑ์เป็นระบบส่วนประกอบเดียว เปิดฝากระป๋องแล้วสามารถใช้แปรงหรือลูกกลิ้งทาได้ทันที ห้ามนำไปผสมกับตัวเร่งหรือสารละลายอื่นเด็ดขาด
-
การทาเคลือบ: ทาน้ำยาให้ชุ่มบริเวณที่มีปัญหาการรั่วซึม โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อ มุมห้อง หรือแนวรอยร้าวขนาดเล็ก เน้นให้น้ำยาซึมลึกลงไปในเนื้อปูนอย่างเต็มที่ (น้ำยาจะทิ้งคราบฟิล์มใสอมเหลืองเคลือบไว้บนพื้นผิว)
-
การทารอบที่สอง (ทางเลือก): สำหรับพื้นผิวที่มีความพรุนสูงมาก สามารถทารอบที่สองในทิศทางตัดขวางกับรอบแรกได้ โดยทาหลังจากที่น้ำยารอบแรกเริ่มหมาด
3. การระยะเวลาการเซ็ตตัว
-
ปล่อยให้น้ำยาเซ็ตตัวและทำปฏิกิริยากับโครงสร้างอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง (ข้ามคืน) เพื่อให้สารเคมีฝังตัวและสร้างแรงยึดเกาะขั้นสูงสุดในการต้านทานแรงดันน้ำ
-
ต้องรอให้น้ำยาแห้งสนิทสมบูรณ์ก่อน จึงจะสามารถดำเนินงานขั้นตอนต่อไปได้ เช่น การฉาบแต่งผิว หรือการทำสีทับหน้า
4. ความปลอดภัยและการเก็บรักษา
-
สวมถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง
-
ควรปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
-
ปิดฝากระป๋องให้สนิทแน่นทันทีหลังการใช้งาน เพื่อป้องกันสารเคมีเสื่อมสภาพ
-
เก็บรักษาในที่ร่ม แห้ง และหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรง



