top of page
Modern3_edited.jpg

Signature Modern Fiberglass Kit: นิยามใหม่ของงานคอมโพสิตระดับพรีเมียม

สุดยอดนวัตกรรมไฟเบอร์กลาสยุคใหม่ที่เลือกใช้ Advanced Polymer ชนิดพิเศษ แทน Resin ทั่วไปตามท้องตลาด เป็น Exclusive formulation ที่ออกแบบมาเพื่อทลายขีดจำกัดเดิมๆ ของงาน Composite ทั่วไป

คุณสมบัติเด่น (Core Properties):

  • Superior Toughness (ทนทานต่อแรงกระแทกสูงสุด): โครงสร้างโมเลกุลทนทานต่อ Impact ขั้นสุด ไม่เปราะแตกง่าย (No brittle failure) แข็งแรงทนทานกว่าเรซิ่นเกรดทั่วไปอย่างชัดเจน

  • Advanced Flexibility (ยืดหยุ่นและให้ตัวได้ดี): หมดปัญหาชิ้นงานแตกร้าวจากการขยับตัว (Structural movement) ตัววัสดุมี Flexibility สูง สามารถรับแรงเค้น (Stress) ได้ดีเยี่ยมโดยที่ยังคงโครงสร้างที่แข็งแกร่งไว้ได้ 100%

  • Seamless Integration (ยึดเกาะเส้นใยสมบูรณ์แบบ): เนื้อสารซึมลึกเข้าประสานกับเส้นใยแก้ว (Fiberglass mat) ได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้การรีดฟองอากาศทำได้ง่าย (Bubble-free lamination) ส่งผลให้ผิวงานออกมาเรียบเนียน แน่นตึ้บ ไม่เป็นตามด (Pinholes)

  • Extreme Durability (ทนทานทุกสภาวะ): ทนต่อสภาพอากาศแปรปรวนและสารเคมีได้ดีเยี่ยม (Weather & Chemical resistance) ป้องกันปัญหาชิ้นงานกรอบแตก ให้ High performance และอายุการใช้งานยาวนาน (Long-lasting)

Available Packages (ชุดพร้อมใช้งาน):

1. Standard Kit (ขนาด 1kg) – 920 THB (Vat Included) Best value! ชุดสุดคุ้มสำหรับงานขนาดปานกลางถึงใหญ่

  • Premium Advanced Polymer (1 kg)

  • High-Quality Fiberglass Cloth (1 ตารางเมตร)

 

2. Starter Kit (ขนาด 0.5kg) – 560 THB (Vat Included) ชุดเริ่มต้นที่ลงตัว สำหรับงานซ่อมแซมจุดเล็กๆ หรือ Trial projects

  • Premium Advanced Polymer (0.5 kg)

  • High-Quality Fiberglass Cloth (0.5 ตารางเมตร)

(หมายเหตุ: ทุกชุดมาใน Packaging กระป๋องเกรดพรีเมียม เก็บรักษาคุณภาพน้ำยาได้ยาวนาน)

Leave conventional resins in the past! This is the ultimate Modern Fiberglass innovation, engineered with our proprietary advanced polymer formulation. Designed for high-performance repairs, molding, and demanding composite projects, it delivers ultimate strength, exceptional flexibility.

Key Advantages:

  • Superior Toughness: The advanced molecular structure provides extreme impact resistance. It is highly durable and engineered to prevent brittle failure.

  • Advanced Flexibility: Outstanding ability to absorb stress and structural movement, completely eliminating the risk of cracking or snapping.

  • Seamless Integration: The polymer deeply penetrates and binds perfectly with the fiberglass mat, ensuring easy, bubble-free lamination and a smooth, pinhole-free surface.

  • Extreme Durability: Provides excellent weather and chemical resistance, protecting your workpiece and ensuring long-lasting performance in any environment. 

 

Available Packages:

1. Standard Kit (1 kg) – 920 THB (VAT Included) Best value! Perfect for medium to large-scale projects.

  • Premium Advanced Polymer (1 kg)

  • High-Quality Fiberglass Cloth (1 sq.m.)

 

2. Starter Kit (0.5 kg) – 560 THB (VAT Included) The perfect starting point for small repairs or trial projects.

  • Premium Advanced Polymer (0.5 kg)

  • High-Quality Fiberglass Cloth (0.5 sq.m.)

  • (Note: All kits come in premium-grade tin cans to preserve maximum chemical quality and shelf life.)

คู่มือและวิธีการใช้งาน

HOW TO USE

1. การเตรียมพื้นผิว (ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด)

  • เปิดผิวคอนกรีต: ต้องทำความสะอาดหน้างานให้ถึงชั้นคอนกรีตเปลือย โดยการขัดลอกสีทับหน้า ปูนฉาบ คราบน้ำมัน หรือสิ่งสกปรกออกให้หมดเพื่อเปิดรูพรุนของคอนกรีตให้น้ำยาสามารถแทรกซึมลงไปได้ลึกที่สุด

  • ตรวจสอบความชื้น: พื้นผิวควรแห้งหรือมีความชื้นหลงเหลือเพียงเล็กน้อย ห้ามมีน้ำขังในบริเวณที่ต้องการทาโดยเด็ดขาด

  • ซ่อมแซมรอยร้าว: หากพบรอยร้าวที่มีขนาดกว้างหรือรอยแตกบิ่นขนาดใหญ่ ควรทำการสกัดเปิดร่องและอุดซ่อมด้วยปูนซ่อมโครงสร้าง (เช่น FillerAce) ให้เรียบร้อยและรอให้แห้งก่อนทำการทา

2. ขั้นตอนการใช้งาน

  • พร้อมใช้งานทันที: ผลิตภัณฑ์เป็นระบบส่วนประกอบเดียว เปิดฝากระป๋องแล้วสามารถใช้แปรงหรือลูกกลิ้งทาได้ทันที ห้ามนำไปผสมกับตัวเร่งหรือสารละลายอื่นเด็ดขาด

  • การทาเคลือบ: ทาน้ำยาให้ชุ่มบริเวณที่มีปัญหาการรั่วซึม โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อ มุมห้อง หรือแนวรอยร้าวขนาดเล็ก เน้นให้น้ำยาซึมลึกลงไปในเนื้อปูนอย่างเต็มที่ (น้ำยาจะทิ้งคราบฟิล์มใสอมเหลืองเคลือบไว้บนพื้นผิว)

  • การทารอบที่สอง (ทางเลือก): สำหรับพื้นผิวที่มีความพรุนสูงมาก สามารถทารอบที่สองในทิศทางตัดขวางกับรอบแรกได้ โดยทาหลังจากที่น้ำยารอบแรกเริ่มหมาด

3. การระยะเวลาการเซ็ตตัว

  • ปล่อยให้น้ำยาเซ็ตตัวและทำปฏิกิริยากับโครงสร้างอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง (ข้ามคืน) เพื่อให้สารเคมีฝังตัวและสร้างแรงยึดเกาะขั้นสูงสุดในการต้านทานแรงดันน้ำ

  • ต้องรอให้น้ำยาแห้งสนิทสมบูรณ์ก่อน จึงจะสามารถดำเนินงานขั้นตอนต่อไปได้ เช่น การฉาบแต่งผิว หรือการทำสีทับหน้า

4. ความปลอดภัยและการเก็บรักษา

  • สวมถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง

  • ควรปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

  • ปิดฝากระป๋องให้สนิทแน่นทันทีหลังการใช้งาน เพื่อป้องกันสารเคมีเสื่อมสภาพ

  • เก็บรักษาในที่ร่ม แห้ง และหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรง

สั่งซื้อได้ที่นี่

2.png
3.png
bottom of page